ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การค้าขายของประเทศฝรั่งเศส

    เศรษฐกิจ
  • ประเทศฝรั่งเศสทั้งประเทศพึ่งอยู่กับพลังงานนิวเคลียร์ (เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์กอลเฟค)
  • เมื่อดูจากมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ประเทศฝรั่งเศสนับเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 4 ของโลก ประเภทของอุตสาหกรรมที่เป็นที่มาของความสำเร็จดังกล่าว ได้แก่ อุตสาหกรรมทางด้านการขนส่ง โทรคมนาคม อุตสาหกรรมอาหาร ผลิตภัณฑ์ยา รวมไปถึงภาคธนาคาร การประกันภัย การท่องเที่ยว และสินค้าฟุ่มเฟือย (เครื่องหนัง เสื้อผ้าสำเร็จรูป น้ำหอมและเหล้า)
  • ในปี พ.ศ. 2547 ประเทศฝรั่งเศสเสียเปรียบดุลการค้าถึง 6.6 พันล้านยูโร ถือเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกทางด้านสินค้าทุน (ส่วนมากจะเป็นเครื่องจักรและอุปกรณ์) และเป็นอันดับ 2 ในส่วนของภาคบริการและทางด้านเกษตรกรรม (โดยเฉพาะธัญพืชและอุตสาหกรรมอาหาร) ส่วนในระดับภูมิภาคยุโรป ประเทศฝรั่งเศสนับเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าการเกษตรรายใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ สัดส่วนการค้าระหว่างประเทศฝรั่งเศสกับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปคิดเป็นร้อยละ 70 (ร้อยละ 50 เฉพาะประเทศในโซนยูโร)
  • ในด้านการลงทุน ประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีการลงทุนจากต่างประเทศมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ทั้งนี้เพราะผู้ลงทุนพอใจในคุณภาพของแรงงานชาวฝรั่งเศส การค้นคว้าวิจัยขั้นสูง เทคโนโลยีชั้นสูงที่ก้าวหน้ามาก เสถียรภาพของค่าเงิน และการควบคุมต้นทุนการผลิต
  • ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (PIB) ปี พ.ศ. 2547 มีมูลค่า 1,648.4 พันล้านยูโร
  • อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ปี พ.ศ. 2549 คิดเป็นร้อยละ 2
  • รายได้เฉลี่ยต่อหัว 30,100 ดอลลาร์สหรัฐ (พ.ศ. 2549)
  • อัตราเงินเฟ้อคิดเป็นร้อยละ 2.0 (ปี พ.ศ. 2549)
  • ดุลการค้าขาดดุลมีมูลค่า 6.6 พันล้านยูโร (พ.ศ. 2547)
  • ประเทศฝรั่งเศสยังเป็นประเทศที่มีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองลงมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา (59 เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ใน 19 โรงงานปรมาณูทั่วประเทศ) การผลิตกระแสไฟฟ้าในประเทศ 88% มาจากพลังงานนิวเคลียร์ ค่าไฟฟ้าในประเทศราคาถูกกว่าประเทศใกล้เคียง จึงมีการส่งออกกระแสไฟฟ้าไปยังประเทศอื่น
            การค้าต่างประเทศ
  • เครื่องบินแอร์บัส เอ 380 เครื่องแรกที่ผลิตในเมืองตูลูส เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548 โดยเครื่องบินแอร์บัสเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของความสำเร็จทางเศรษฐกิจของประเทศฝรั่งเศสและสหภาพยุโรป
  • ในอดีตประเทศฝรั่งเศสขาดดุลการค้ามาโดยตลอดจนถึงปี พ.ศ. 2525 ซึ่งได้มีการปรับโครงสร้างใหม่ เช่น การไม่รวมอัตรารายได้กับดัชนีเงินเฟ้อ และการปรับความสามารถในการแข่งขันส่งผลให้สภาวะการค้าของประเทศฝรั่งเศสดีขึ้น และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา ประเทศฝรั่งเศสก็ได้เปรียบดุลการค้าติดต่อกันเรื่อยมา โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ฝรั่งเศสได้เปรียบดุลการค้า คือ ราคาพลังงานที่ฝรั่งเศสต้องนำเข้าได้ลดลง ประเทศฝรั่งเศสทำการค้ากับสหภาพยุโรปเป็นสำคัญโดยร้อยละ 60 ของการส่งออกของฝรั่งเศสส่งไปยังตลาดสหภาพยุโรป ซึ่งเดิมถือว่าเป็นจุดอ่อนของประเทศฝรั่งเศส แต่สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันได้กลายเป็นข้อได้เปรียบ และการส่งออกสินค้ามูลค่าสูงเช่น เครื่องบินแอร์บัส และอุปกรณ์การบิน ดาวเทียม อุปกรณ์ด้านการทหาร และรถไฟความเร็วสูง (TGV) ได้ขยายตัวอย่างมากโดยมีสัดส่วนถึงร้อยละ 20 ของการส่งออกของประเทศฝรั่งเศสทั้งหมด
  • แนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจในอนาคต คาดว่าประเทศฝรั่งเศสจะได้เปรียบดุลการค้าลดลง เนื่องจากการถดถอยของอุปสงค์โลก ซึ่งเป็นผลกระทบจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ในปี พ.ศ. 2541 และการถดถอยของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ภายหลังเหตุการณ์ก่อการร้ายในสหรัฐอเมริกาและสงครามในอิรัก

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ภูมิประเทศของฝรั่งเศส

ขณะที่ประเทศฝรั่งเศสภาคพื้นทวีปยุโรป (La Métropole หรือ France métropolitaine) ตั้งอยู่ในภูมิภาคยุโรปตะวันตก ฝรั่งเศสก็ยังมีดินแดนที่ตั้งอยู่ใน ทวีปอเมริกาเหนือ   ทะเลแคริบเบียน   อเมริกาใต้   มหาสมุทรอินเดีย ทางตะวันตกและทางใต้  มหาสมุทรแปซิฟิกใต้  รวมทั้งบางส่วนใน ทวีปแอนตาร์กติกา อีกด้วย (การอ้างสิทธิเหนือดินแดนในแอนตาร์กติกาไม่ได้รับการยอมรับจากหลายประเทศ ดู  สนธิสัญญาแอนตาร์กติก ) ประเทศฝรั่งเศสภาคพื้นทวีปยุโรปนั้นมีพื้นที่ 543,935  ตารางกิโลเมตร  (210,013 ตารางไมล์ ) ทำให้ประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม สหภาพยุโรป  ซึ่งใหญ่กว่า ประเทศสเปน เพียงนิดเดียว ประเทศฝรั่งเศสมีพื้นที่ครอบคลุมลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลายมาก ตั้งแต่ที่ราบชายฝั่งในภาคเหนือและตะวันตก ซึ่งติดกับทะเลเหนือและ มหาสมุทรแอตแลนติก  ไปจนถึง เทือกเขาแอลป์ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ราบสูงมาซิฟซ็องทราล ทางภาคใต้ตอนกลางและ เทือกเขาพิเรนีส ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ประเทศฝรั่งเศสยังมีจุดที่สูงที่สุดในทวีปยุโรปตะวันตกคือ  ยอดเขามงบล็อง (Mont Bl...

สิ่งที่น่าท่องเที่ยวในฝรั่งเศส

สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ วัง พระราชวังทุยเลอรี (Tuileries Palace หรือ Palais des Tuileries) เคยเป็นพระราชวังหลวงของราชวงศ์ฝรั่งเศสจนกระทั่งถูกเผาทำลาย และมีพระราชอุทยานสวย ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสวนสาธารณะที่มีนักท่องเที่ยวเข้าชมมากมาย พิพิธภัณฑ์ วังแกรนด์ (Grand Palais des Champs-Élysées) เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สถานที่จัดแสดงนิทรรศการ และพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ วังเปอตี (Petit Palais) เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะด้านวิจิตรศิลป์ อยู่ตัดกับวังแกรนด์ วังรอยัล (Palais-Royal) อยู่ถัดจากวังแกรนด์เดิมเป็นที่ประทับขององค์คาร์ดินัล และต่อมาเป็นที่ประทับของเชื้อพระวงศ์ฝรั่งเศส ภายในมีโรงละครและสวนที่สวยงาม ปัจจุบันเป็นสถานที่ทำการของสภารัฐธรรมนูญและกระทรวงวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์โรดิน (Rodin Museum หรือ Musée Rodin) เดิมเป็นบ้านของปฏิมากรชื่อดัง Auguste Rodin ปัจจุบันเป็นที่จัดแสดงศิลปะภาพเขียน รูปปั้น ภาพถ่าย และศิลปวัตถุมากมายกว่า 29,000 ชิ้น พิพิธภัณฑ์ออแร็งเจอรี (Orangerie Museum หรือ Musée de l'Orangerie) เป็นแกลเลอรี่แสดงภาพวาดแบบอิมเพรสชั่นนิสซึ่มและโพสต์อิมเพรสชั่นน...