ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ภาษาทางราชการของฝรั่งเศส

ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาในกลุ่มภาษาโรมานซ์ กล่าวคือ เป็นภาษาที่มีต้นกำเนิดจากภาษาละตินที่พูดกันในจักรวรรดิโรมันโบราณ ก่อนหน้าที่ดินแดนที่เป็นที่ตั่งประเทศฝรั่งเศสในปัจจุบันจะอยู่ใต้การปกครองของโรมัน ดินแดนดังกล่าวเคยอยู่ใต้การปกครองของพวกกอล ซึ่งเป็นหนึ่งในชนชาติเซลต์ ในสมัยนั้นดินแดนประเทศฝรั่งเศสมีคนที่พูดภาษาถิ่นต่าง ๆ กันหลายภาษา แม้ว่าชาวฝรั่งเศสจะชอบสืบที่มาของภาษาของตนไปถึงพวกโกล (les Gaulois) แต่มีคำในภาษาฝรั่งเศสเพียง 2,000 คำเท่านั้นที่มีที่มามาจากภาษาของพวกโกล ซึ่งโดยมากจะเป็นคำที่ใช้เป็นชื่อสถานที่ หรือเป็นคำที่มีความหมายเกี่ยวกับธรรมชาติ
หลังจากที่ชาวโรมันได้เข้ามายึดดินแดนของพวกโกล คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นก็ได้เปลี่ยนมาพูดภาษาละติน ซึ่งภาษาละตินที่พูดกันในบริเวณนี้ ไม่ใช่ภาษาละตินชั้นสูงแบบที่พูดกันในหมู่ชนชั้นสูงของกรุงโรม แต่เป็นภาษาละตินของชาวบ้าน (vulgar latin) ที่พูดกันในหมู่พลทหาร นอกจากนี้ ภาษาละตินที่พูดกันอยู่ในฝรั่งเศสนั้น ก็ได้รับอิทธิพลจากภาษากอลอยู่พอควร เนื่องจากสิ่งของบางอย่างที่ใช้กันอยู่ในกอล พวกโรมันไม่มีชื่อเรียก จึงต้องขอยืมคำในภาษาโกลมาเรียกสิ่งของเหล่านั้น เช่น les braies ซึ่งแปลว่าเครื่องแต่งกายจำพวกกางเกงของชาวโกล

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การค้าขายของประเทศฝรั่งเศส

    เศรษฐกิจ ประเทศฝรั่งเศสทั้งประเทศพึ่งอยู่กับพลังงานนิวเคลียร์ (เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์กอลเฟค) เมื่อดูจากมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ประเทศฝรั่งเศสนับเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 4 ของโลก ประเภทของอุตสาหกรรมที่เป็นที่มาของความสำเร็จดังกล่าว ได้แก่ อุตสาหกรรมทางด้านการขนส่ง โทรคมนาคม อุตสาหกรรมอาหาร ผลิตภัณฑ์ยา รวมไปถึงภาคธนาคาร การประกันภัย การท่องเที่ยว และสินค้าฟุ่มเฟือย (เครื่องหนัง เสื้อผ้าสำเร็จรูป น้ำหอมและเหล้า) ในปี พ.ศ. 2547 ประเทศฝรั่งเศสเสียเปรียบดุลการค้าถึง 6.6 พันล้านยูโร ถือเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกทางด้านสินค้าทุน (ส่วนมากจะเป็นเครื่องจักรและอุปกรณ์) และเป็นอันดับ 2 ในส่วนของภาคบริการและทางด้านเกษตรกรรม (โดยเฉพาะธัญพืชและอุตสาหกรรมอาหาร) ส่วนในระดับภูมิภาคยุโรป ประเทศฝรั่งเศสนับเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าการเกษตรรายใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ สัดส่วนการค้าระหว่างประเทศฝรั่งเศสกับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปคิดเป็นร้อยละ 70 (ร้อยละ 50 เฉพาะประเทศในโซนยูโร) ในด้านการลงทุน ประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีการลงทุนจากต่างประเทศมากเป็นอันดับ 2 ของโ...

ภูมิประเทศของฝรั่งเศส

ขณะที่ประเทศฝรั่งเศสภาคพื้นทวีปยุโรป (La Métropole หรือ France métropolitaine) ตั้งอยู่ในภูมิภาคยุโรปตะวันตก ฝรั่งเศสก็ยังมีดินแดนที่ตั้งอยู่ใน ทวีปอเมริกาเหนือ   ทะเลแคริบเบียน   อเมริกาใต้   มหาสมุทรอินเดีย ทางตะวันตกและทางใต้  มหาสมุทรแปซิฟิกใต้  รวมทั้งบางส่วนใน ทวีปแอนตาร์กติกา อีกด้วย (การอ้างสิทธิเหนือดินแดนในแอนตาร์กติกาไม่ได้รับการยอมรับจากหลายประเทศ ดู  สนธิสัญญาแอนตาร์กติก ) ประเทศฝรั่งเศสภาคพื้นทวีปยุโรปนั้นมีพื้นที่ 543,935  ตารางกิโลเมตร  (210,013 ตารางไมล์ ) ทำให้ประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม สหภาพยุโรป  ซึ่งใหญ่กว่า ประเทศสเปน เพียงนิดเดียว ประเทศฝรั่งเศสมีพื้นที่ครอบคลุมลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลายมาก ตั้งแต่ที่ราบชายฝั่งในภาคเหนือและตะวันตก ซึ่งติดกับทะเลเหนือและ มหาสมุทรแอตแลนติก  ไปจนถึง เทือกเขาแอลป์ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ราบสูงมาซิฟซ็องทราล ทางภาคใต้ตอนกลางและ เทือกเขาพิเรนีส ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ประเทศฝรั่งเศสยังมีจุดที่สูงที่สุดในทวีปยุโรปตะวันตกคือ  ยอดเขามงบล็อง (Mont Bl...

สิ่งที่น่าท่องเที่ยวในฝรั่งเศส

สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ วัง พระราชวังทุยเลอรี (Tuileries Palace หรือ Palais des Tuileries) เคยเป็นพระราชวังหลวงของราชวงศ์ฝรั่งเศสจนกระทั่งถูกเผาทำลาย และมีพระราชอุทยานสวย ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสวนสาธารณะที่มีนักท่องเที่ยวเข้าชมมากมาย พิพิธภัณฑ์ วังแกรนด์ (Grand Palais des Champs-Élysées) เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สถานที่จัดแสดงนิทรรศการ และพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ วังเปอตี (Petit Palais) เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะด้านวิจิตรศิลป์ อยู่ตัดกับวังแกรนด์ วังรอยัล (Palais-Royal) อยู่ถัดจากวังแกรนด์เดิมเป็นที่ประทับขององค์คาร์ดินัล และต่อมาเป็นที่ประทับของเชื้อพระวงศ์ฝรั่งเศส ภายในมีโรงละครและสวนที่สวยงาม ปัจจุบันเป็นสถานที่ทำการของสภารัฐธรรมนูญและกระทรวงวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์โรดิน (Rodin Museum หรือ Musée Rodin) เดิมเป็นบ้านของปฏิมากรชื่อดัง Auguste Rodin ปัจจุบันเป็นที่จัดแสดงศิลปะภาพเขียน รูปปั้น ภาพถ่าย และศิลปวัตถุมากมายกว่า 29,000 ชิ้น พิพิธภัณฑ์ออแร็งเจอรี (Orangerie Museum หรือ Musée de l'Orangerie) เป็นแกลเลอรี่แสดงภาพวาดแบบอิมเพรสชั่นนิสซึ่มและโพสต์อิมเพรสชั่นน...